วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แต่งหน้าอย่างไรให้ถ่ายรูปออกมาเด้ง

เคล็ดลับแรก คือ ต้องแต่งหน้าในแสงธรรมชาติ  ถ้าอยู่ในอาคารให้หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในห้องที่มีไฟสีเหลืองนวล เพราะจะทำให้สีเพี้ยนหรือแต่งหน้าหนาเหมือนงิ้วได้ง่ายๆ ทางที่ดีควรจะแต่งหน้าในแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์
สำหรับขั้นตอนพื้นฐานง่ายๆ คือ ทาแป้งฝุ่น เมื่อถ่ายรูปแล้วเปิดแฟลช หน้าจะได้ไม่มันเงา  ใช้แปรงหัวใหญ่ขนแปรงนุ่มปัดบางๆ บริเวณที่จะถูกแสงกระทบมากที่สุดคือ จมูก แก้ม และหน้าผาก โดยอาจต้องเติมแป้งเป็นระยะเมื่อเห็นว่าแป้งเริ่มหลุดหรือหน้าเริ่มมัน
ถ้าให้ช่างมืออาชีพช่วยแต่งหน้า ควรให้มีการเทสแต่งหน้าดูก่อนว่าชอบหรือไม่  และลองถ่ายรูปทั้งในแสงธรรมชาติและเปิดแฟลชด้วยว่าออกมาพอดีหรือไม่ เพราะบางทีการแต่งหน้าที่ดูไม่ค่อยสวย เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้วอาจดูสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าการแต่งหน้าแบบที่แต่งในชีวิตประจำวัน
ถ้าเป็นงานที่ยาวนานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรองพื้นดีๆ ที่จะไม่ไหลเป็นคราบเมื่อถูกเหงื่อ และไม่เปลี่ยนสีหรือไหลเยิ้มเมื่อเจอความร้อน และเมคอัพ 3 อย่างที่ต้องมีติดตัว คือ  ดินสอเขียนขอบตา ชิมเมอร์อายแชโดว์ และลิปกลอสสีสวยๆ เพื่อจะได้เติมหน้าให้ดูสวยสดใสอยู่เสมอ
ข้อควรระวังคือ อย่าแต่งหน้าอินเทรนด์เกินไป เช่นลากอายไลเนอร์ยาวเฟื้อย แต่งตาแบบสโมคกี้อาย หรือปัดแก้มแดงแจ๋ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแล้วกลับมาดูรูปอีกครั้งคุณจะดูเชย ทางทีดีควรแต่งหน้าแบบคลาสสิคในโทนนู้ดจะได้ดูเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ขึ้นไป สามารถแต่งหน้าให้ดูสดใสโดยใช้เมคอัพโทนสว่างที่จะสะท้อนแสงทำให้หน้าดูมี น้ำมีนวล แต่ต้องกลมกลืนกับโทนสีผิวด้วยจะได้ดูไม่หลอกตา และทาชิมเมอร์บางๆ ลงบนโหนกแก้มเพื่อเพิ่มประกายสดใสให้ใบหน้า
ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับการดูแลผมสำหรับวันพิเศษสักเล็กน้อย เพราะถ้าหน้าเด้งแต่ผมแห้งกรอบก็จะทำให้ความสวยลดลงกว่าครึ่ง อยากให้ผมสวยสุขภาพดีควรหมักผมสัปดาห์ละหนึ่งครั้งหรืออย่างน้อยสองสัปดาห์ ครั้งอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันงาน และหากต้องการตัดผมควรตัดผมก่อนวันสำคัญประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพราะหากมีข้อผิดพลาดจะได้แก้ไขทัน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://women.mthai.com/forum/topic/316595

เสื้ออ้วน
เสื้อBig size

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

แต่งสวยสำหรับสาวต่างหุ่น

แต่งสวยสำหรับสาวต่างหุ่น (Lisa)

           รูปร่างในอุดมคติของสาว ๆ คือหุ่นแบบนาฬิกาทราย เอวคอด ช่วงไหล่และสะโพกมีสัดส่วนพอเหมาะ ซึ่งวิธีการของ Style & Personality Coach จากคุณวีณา ทองแถม บอกว่าคุณสามารถวัดด้วยตัวเองได้ว่ามีรูปร่างแบบไหน โดยการใช้สายวัด วัดความกว้างของไหล่ จากนั้น วัดรอบอก เอว และสะโพก โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ให้หาร 2 หากผลออกมาว่าสะโพกของคุณกว้างกว่าไหล่เกิน 2 นิ้ว แสดงว่ารูปร่างคุณเป็นแบบสามเหลี่ยม หากสะโพกเล็กกว่าไหล่เกิน 2 นิ้วแสดงว่ารูปร่างคุณเป็นแบบสามเหลี่ยมกลับด้าน หากไม่มีส่วนใดใหญ่กว่าอีกส่วนเกิน 2 นิ้วแสดงว่ารูปร่างคุณค่อนข้างสมส่วนแบบนาฬิกาทราย

            หุ่นนาฬิกาทราย ไม่ต้องเป็นกังวลในการเลือกเสื้อผ้า และชุดที่ทำให้คุณดูสวยที่สุดคือ เดรสเข้ารูปยาวระดับเข่า หรือที่เรียกว่า Sheath Dress แต่ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่จะปิดบังรูปร่างสวย ๆ ของคุณเกินไป

            หุ่นสามเหลี่ยม ค่อนข้างมีสะโพก เลี่ยงเสื้อแขนยาวบาน ๆ ที่ความยาวของแขนเสื้อไปจรดตรงสะโพกพอดี หากใส่เสื้อคลุมก็ไม่ควรเลือกเสื้อที่กระเป๋าห้อยอยู่ตรงช่วงสะโพก เลือกเสื้อที่ทำให้ไหล่ดูกว้างขึ้น

            หุ่นสามเหลี่ยมกลับด้าน แต่งโดยการเน้นช่วงล่าง เช่น สวมกางเกงทรงแครอต กระโปรงที่มีระบาย เลือกสีอ่อน ๆ หรือลายทางขวางเพื่อให้สะโพกดูใหญ่ขึ้น


ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa 
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://women.kapook.com/view30766.html

เสื้อผ้าคนอ้วน
ความรัก
เคล็ดลับการเลือกซื้อเสื้อผ้า 
เหตุผลทำให้อ้วน





วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

งดรสจัด เลี่ยง “ขาใหญ่”


  “อาหารรสจัดจ้าน” ทั้งหลาย มักจะเป็นที่โปรดปรานของสาวๆ ทั้ง ต้มยำ ส้มตำ ลาบ น้ำตก แถมคุณสาวๆ
หลายคนยังเข้าใจว่าเมนูเหล่านี้นั้นเป็นเมนูยอดนิยมในการลดความอ้วนอีกด้วย แต่คุณสาวๆ เชื่อกันหรือไม่คะว่า 
เมนูเหล่านี้ ล้วนเป็นเมนูที่กลับทำให้คุณผู้หญิงที่ชอบทานอาหารประเภทนี้นั้นต้องประสบกับปัญหา “ขาใหญ่” โดย
ไม่รู้ตัวค่ะ


     อาหารรสจัดจ้านนั้น มีทั้งรสเปรี้ยว เผ็ด หวาน ซึ่งจะกลบรสเค็มไว้ด้วย ซึ่งความเค็มนั้นมาจากโซเดียมซึ่ง
มีคุณสบบัติอุ้มน้ำไว้ในเนื้อเยื่อ และน้ำในนั้นมักจะลงสู่ที่ต่ำเสมอ จึงเป็นปัญหาทำให้คุณสาวๆ ที่ชอบทานอาหาร
รสเผ็ดจัดจ้านหรือผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะมีขาใหญ่ เพราะอาหารไทยมีรสแซ่บ เผ็ดจัดจ้านนั่นเอง เลยทำให้
พฤติกรรมในการทานอาหารของผู้หญิงไทยกลายเป็นความเคยชินด้วยนั่นเอง  


     และอีกอย่างดังที่บอกตั้งแต่ต้นคะว่า หลายๆ คนคิดว่าเมนูอาหารเหล่านี้เป็นเมนูลดความอ้วน เพราะเข้าใจว่า
ทานแล้วผอม ซึ่งคุณผู้หญิงอาจจะผอมเฉพาะช่วงบนจริงค่ะ แต่กลับอ้วนลงขาแทนซะเนี่ย ซึ่งการจัดการกับ
ปัญหานี้ก็คือ ไม่ควรทานอาหารที่มีลดเค็มและรสเผ็ดจัดจ้านบ่อยเกินไป ควรทานอาหารประเภทผักผลไม้เยอะๆ 
และควรหมั่นออกกำลังกาย เบิร์นไขมันกล้ามหน้าท้อง เนื้อสะ โพก และขาอยู่เสมอค่ะ


     อีกวิธีหนึ่งกับการจัดการปัญหา “ขาใหญ่” อีกวิธีนอกจากการลดอาหารรสแซ่บ จัดจ้านลงนั้นคือ
 “การนวดกด
จุด”
 นั่นเอง ซึ่งเป็นการนวดเข้ามาช่วยอย่างตรงจุด ด้วยวิธีการนวดน้ำเหลือง นวดเอาน้ำที่บวมคั่งในกล้ามเนื้อขา
ออกไปทางระบบน้ำเหลือง โดยจะถูกขับออกมาโดยทางปัสสวะ ซึ่งจะทำให้ขาของคุณผู้หญิงค่อยๆ เล็กลงได้นั่ง
เองค่ะ


ขอบคุณที่มา : Ladyvisa
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://women.mthai.com/beautytipandtrick/66488.html 


วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สูตรไดเอทแบบใหม่...ไฉไลกว่าเดิม

 4 สูตรการไดเอทแบบใหม่ที่สาว ๆ ทั่วโลกกำลังนิยม ซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจเป็นพิเศษบวกกับเทคนิคใหม่ ๆ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ค่ะ
     การไดเอทแบบ Abs Diet Power 12
เป็นการยึดหลักการทานอาหาร 12 อย่าง อันได้แก่ อัลมอนด์ , ถั่ว , ผักโขม , ผลิตภัณฑ์จากนม, ข้าวโอ๊ตกึ่งสำเร็จรูป , ไข่, ไก่งวง, เนยถั่ว, น้ำมันมะกอก, ขนมปังโฮลวีต, โปรตีนผง, ราสเบอร์รี่, หรือผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่าง ๆ และถ้าเอาตัวอักษรหน้าชื่ออาหารทั้งหมดมารวมกันก็จะได้คำว่า “Abs Diet Power” พอดีเป๊ะค่ะ
         โดยการกินอาหารทั้ง 12 ชนิดจะช่วยสลายไขมันสะสม และยังกระตุ้นระบบเผาผลาญ ทำให้ไม่มีไขมันสะสมใหม่เพิ่มเข้ามาในร่างกายของเรา อีกทั้งแนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ เพราะร่างกายเราจำเป็นต้องมีวิตามินร่วมด้วยในการดูดซึมสารอาหารบางตัว และความหวานของน้ำผลไม้ยังช่วยให้คุณไม่หิว จะได้ไม่มีข้ออ้างหาของกินโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญอีกอย่าง ก็ต้องดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว นอกจากนี้สูตรนี้ยังอนุญาตให้สาวที่ชอบปาร์ตี้ สามารถดื่มเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ได้อาทิตย์ละ 3 แก้วด้วยค่ะ
     การไดเอทตามสูตร Chocolate Diet
          เคล็ดลับของสูตรนี้อยู่ที่คาเฟอีนในช็อกโกแลต ซึ่งสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายได้ ถ้ากินช็อกโกแลตแท้แบบไม่มีน้ำตาล หรือแบบที่มีน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 40 จะเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในมื้อนั้นขึ้นอีกร้อยละ 15 และระหว่างวันถ้ากินช็อกโกแลตแบบน้ำตาลต่ำ ๆ ชิ้นเล็ก ๆ สักสองชิ้นก็จะทำให้คุณอยากของหวานน้อยลง
     การไดเอทด้วยสูตร Ginger Tea Diet
การไดเอทด้วยน้ำขิงนั้นเป็นวิธีตามแพทย์แผนอินเดีย ที่ยกย่องว่า “ขิง” คือสุดยอดที่สามารถรักษาได้สารพัดโรค และอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก และวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดี ถ้าจิบระหว่างวันทุกวัน หรือกินหลังมื้ออาหารก็จะช่วยสลายไขมันสะสมได้เร็วขึ้น
     การไดเอทด้วยอินเทอร์เน็ต
หลายคนฟังแล้วก็คงจะสงสัยว่า อินเทอร์เน็ตมีส่วนช่วยในการไดเอทได้อย่างไร คำตอบก็คือ เพราะว่าการท่องโลกไซเบอร์ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ทีเกี่ยวกับการลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ แถมยังได้เจอเพื่อนที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน ทำให้มีแรงกระตุ้นที่จะไดเอทอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ ดังนั้นผู้หญิงที่เล่นอินเทอร์เน็ต จะไดเอทได้เร็วกว่าผู้หญิงที่ไม่เล่นอินเทอร์เน็ตเลย
ที่มาจาก Woman’s Story
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://women.mthai.com/beautytipandtrick/66489.html

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การออกกำลังกาย

กระบวนการทางร่างกายขณะออกกำลังกาย ... ที่หลายคนยังไม่รู้ ...
มีคำถามเหล่านี้หรือไม่
ออกกำลังกาย แต่น้ำหนักไม่ลด ไม่เห็นดีขึ้นเลย ... อะไรทำนองนี้
ปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากการกินที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานสำรองออกไป ... อธิบายได้ดังนี้
15 นาทีแรกของการออกกำลังกาย ร่ายกายจะดึงพลังงานหลัก (น้ำตาลจากตับ) ไปใช้ ซึ่งเป็นพลังงานที่เตรียมไว้ใช้ในกิจกรรมปกติของร่างกาย
30 นาทีต่อมา เมื่อร่างกายรู้แล้วว่ากิจกรรมนี้ใช้พลังงานมากกว่าที่เตรียมไว้ ก็จะเริ่มไปดึงแป้งมาเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเพื่อให้ได้พลังงาน
30 นาทีขึ้นไป ก็ยังไม่พออีก คราวนี้แหละ ร่างกายจะเริ่มไปดึงพลังงานสำรองซึ่งเก็บไว้ในรูปของไขมันมาใช้

ก่อนออกกำลังรู้สึกหิว ควรจะกินก่อนหรือไม่

.... ตอบ ไม่ต้องกิน เพราะถึงจะรู้สึกหิว แต่เมื่อร่างกายเริ่มออกกำลังไปประมาณ 10 นาที จะถูกสั่งให้หยุดหิวทันที และจะสั่งให้หิวอีกครั้งเมื่อร่างกายเริ่มหยุดกิจกรรม แต่... 15 นาทีแรกที่หยุดออกกำลัง อย่าเพิ่งกินเด็ดขาย ให้ดื่มน้ำประทังไปก่อน

นี่เป็นเคล็ดลับในการดื่มและกิน เพื่อให้ร่างกายเกิดผลต่อการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ แล้วคุณจะแข็งแรง ห่างไกลจากคำว่า ...อ้วน ....

ทำไมต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 45 นาที

ทำไมต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 45 นาที เพราะถ้าต่ำกว่านี้
พลังงานสำรองยังไม่ได้ใช้อะไรเลย
ภายหลังหยุดออกกำลังกาย ร่างกายจะผลิตกรดชนิดหนึ่งออกมาทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (คนที่ออกกำลังกายบ่อย จะมีความต้านทานต่อกรดชนิดนี้ได้มาก จึงปวดเมื่อยน้อยกว่า)
แต่กระบวนการผลิตที่ว่านี้ จะต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก ร่างกายจึงยังคงต้องการพลังงานต่อเนื่องต่อไปอีกอย่างน้อย 15 นาที
ดังนั้น ร่างกายก็ยังคงดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานต่อไป

ทำไมหลังหยุดออกกำลังกาย เราถึงปวดเมื่อย
ทำไมหลังหยุดออกกำลังกาย เราถึงปวดเมื่อย อุณหภูมิร่างกายสูง เหงื่อออกต่อเนื่องต่อไปอีกประมาณ 15 นาที
แต่..
ใน 15 นาทีหลังหยุดออกกำลัง หากมีการกินอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลลงไปแม้แต่นิดเดียว (ลูกอม 1 เม็ดก็มีผลทันที) ร่างกายจะตรวจพบว่า มีน้ำตาลในแหล่งพลังงานหลักแล้ว ร่างกายก็จะหยุดดึงเอาไขมันมาใช้ และหันไปใช้น้ำตาลจากแหล่งพลังงานหลักทันที

ดังนั้น หลังออกกำลังกาย 15 นาที หากดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ชา กินข้าว ขนมปัง หรืออะไรก็ตามที่มีแป้งและน้ำตาล .... คุณกำลังสูญโอกาสที่จะลดไขมันในตัวไปอย่างน่าเสียดาย ไม่คุ้มค่าเหนื่อย ...

การดื่มกินต่อกิจกรรมออกกำลังกาย
คำแนะนำในการดื่มกินต่อกิจกรรมออกกำลังกาย
ก่อนออกกำลังกาย 15 นาที
ให้เริ่มดื่มน้ำเปล่าทีละอึกไปเรื่อย ๆ เพราะขณะออกกำลัง ร่างกายจะเสียน้ำไปเร็วมาก จึงควรดื่มเพื่อสะสมน้ำเอาไว้ล่วงหน้าก่อน
ขณะออกกำลัง
หมั่นดื่มน้ำทีละน้อยๆ บ่อย ๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป
จากข้อมูลนักฟุตบอลต้องการน้ำขณะเล่นฟุตบอลถึง 2 ลิตรต่อคนทีเดียว ดังนั้นดื่มทีละน้อย ๆ ให้มากที่สุดเป็นการดี
หลังออกกำลัง
นั่งพักเฉย ๆ ดื่มน้ำเปล่าไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหงื่อจะแห้ง ค่อยอาบน้ำ
การอาบน้ำทันที ร่างกายจะถูกลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเผาผลาญพลังงานหยุดได้เหมือนกัน และห้ามดื่มน้ำตาลหรือแป้งเด็ดขาด 


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://community.thaiware.com/index.php/topic/320584-aoaiiaaoaanaoa-iecaeaizacaieo/

เสื้อผ้าคนอ้วน
เสื้อผ้าไซส์ใหญ่

เสื้ออ้วน
 

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

22 สุดยอดอาหารสำหรับสาวๆ

 ทุกวันนี้ สาว ๆ เวลาจะกินอะไรก็มักจะพะวงกับเรื่องหุ่นแล้วก็น้ำหนัก ทำให้เวลาจะตัดสินใจรับประทานอะไรก็ลำบากเสียจริ๊ง แต่จริง ๆ แล้วสาว ๆ รู้หรือไม่คะว่า อาหารใกล้ตัวเรา นอกจากทำให้เรามีหุ่นที่ผอมเพรียวดังเดิมแล้ว ยังมีคุณประโยชน์มากมายเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะลองไปดูกันเลยดีกว่าว่าอาหารแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร

 1. แซลมอน
          ปลาแซลมอนอุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีโอเมก้า 3 ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์และมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีโปรตีนสูง ในขณะที่ไขมันและคอเรสเตอรอลต่ำมาก ดังนั้นหากรับประทานบ่อยครั้ง จะช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วยและวิตามินดี (เป็นสารอาหารที่สำคัญที่สาว ๆ มักจะขาด) และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับหญิงมีครรภ์


 2. บลูเบอร์รี่
          บลูเบอร์รี่ ถือได้ว่าเป็นผลไม้ชั้นยอดในตระกูลเบอร์รี่ทั้งหมด เนื่องจากบลูเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความแก่สำหรับสาว ๆ  อีกทั้งการทานบลูเบอร์รี่เพียง 2-3 ลูก จะช่วยให้ความจำดีขึ้น


 3. ข้าวโอ๊ต
          ข้าวโอ๊ตมักนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารเช้า เพราะเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานสูง แต่ให้ไขมันที่ต่ำ มีวิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างทันที และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ นอกจากนี้ยังมีเส้นใยมาก ทำให้ลำไส้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก จึงดูดซึมน้ำตาลไขมันของเสียต่าง ๆ ได้ดี ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ทำให้เรารู้สึกอิ่มนาน ไม่หิวระหว่างมื้อบ่อย ๆ


 4. บร็อคโคลี
          ในบร็อคโคลี่มีสารที่ที่สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน และนอกจากจะเป็นแหล่งวิตามินเอที่สำคัญ ยังมีธาตุซีลีเนียมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังอีกด้วย เป็นการชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่นง่ายดูอ่อนกว่าวัย


 5. ถั่ววอลนัท
          การรับประทานวอลนัทหลังอาหารอาจช่วยลดอันตรายจากไขมันอิ่มตัวที่เป็นอันตราย ต่อหลอดเลือดหัวใจ เพราะวอลนัทมีโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และโอเมก้า 3  ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ป้องกันโรคหัวใจ อีกทั้งผลวิจัยล่าสุดพบว่า วอลนัทช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย


 6. อะโวคะโด
          อะโวคะโดจะให้พลังงานสูง ในขณะที่มีน้ำตาลต่ำ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจึงสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องของคุณได้ อีกทั้งยังลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและปัญหาระบบสืบพันธุ์ได้


 7. ถั่วแดง
          ถั่วแดงอยู่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ polyphenolics ที่ช่วยบำรุงหัวใจ ลดระดับคอเลสเตอรอลที่จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก รวมทั้งในถั่วแดงยังมีแป้งที่ต้านทานการย่อย (resistant starch) ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่ช่วยบำรุงโลหิต ป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์


 8. โยเกิร์ต
          โยเกิร์ตจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทโพรไบโอติก ซึ่งหมายถึงอาหารที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ ร่างกาย  เนื่องจากสามารถปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้บริโภค อีกทั้งยังมีแคลเซียมสูง ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ความดันสูง และมะเร็งลำไส้


 9. น้ำมันมะกอก
          น้ำมันมะกอกดีต่อสมอง ไม่เพียงแต่ป้องกันอัลไซเมอร์ หรืออาการหลง ๆ ลืมๆ ได้ ยังมีกรดไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์กับร่างกายสูง ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ผลการวิจัยก็ได้ยืนยันเช่นกันว่า สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งเต้านมได้เป็นอย่างดี


 10. ช็อกโกแลตแบบขม
          ในช็อคโกแลตประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยทำให้หลอดเลือดหัวใจแข็ง แรง และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ นอกจากนี้มันยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่ดีต่อกระดูกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้  แถมช็อกโกแลตยังช่วยเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิว ทำให้ผิวดูชุ่มชื่น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศด้วยเช่นกัน


 11. อัลมอนด์
          อัลมอนด์สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด โดยช่วยให้คอเลสเตอรอลเคลื่อนที่ได้ดี และทำให้คอเลสเตอรอลหลุดออกจากผนังหลอดเลือด และส่งไปยังตับเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย ดังนั้นจึงช่วยไม่ให้เราเป็นไขมันสะสมจนเกิดเป็นโรคอ้วน รวมถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ


 12. เนื้อวัว
          แร่ธาตุสังกะสีที่อยู่ในเนื้อวัวเป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ในขณะเดียวกันก็มีธาตุเหล็กสูงจะช่วยไม่ให้เราเป็นโรคโลหิตจางซึ่งทำให้ เหนื่อยล้าได้ง่าย 


 13. ไข่ไก่
          ไข่ไก่มีโปรตีนสูง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง และช่วยส่งสารแคโรทีนอยด์เพื่อบำรุงสายตาอีกด้วย


 14. ชาเขียว
          ชาเขียวช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดความอ้วน


 15. ถั่วแขก
          เป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญที่ให้พลังงาน อีกทั้งยังมีโปรตีน ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย


 16. เมล็ดฟักทอง
          มีโปรตีน และแร่ธาตุอย่างเช่น สังกะสี แมกนีเซียม และซีลีเนียม ดงนั้นจึงช่วยต่อต้านอาการหดหู่ เศร้าซึม และการเป็นโรคหัวใจ และยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยและเมื่อยล้าของร่างกาย


 17. ลูกเกด
          คนมักจะเข้าใจว่าลูกเกดมีน้ำตาล แต่จริง ๆ แล้วน้ำตาลดังกล่าวเป็นสารพิเศษที่เรียกว่าไฟโตเคมีคอล ซึ่งเป็นน้ำตาลที่สามารถยับยั้งแบคทีเรียในปาก ซึ่งสามารถป้องกันฟันผุ และโรคเหงือกได้


 18. ถั่วเหลือง
          ถั่วเหลืองเป็นพืชสำคัญที่เป็นแหล่งของโปรตีน โดยจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม และช่วยให้กระดูกแข็งแรงซึ่งดีสำหรับสาว ๆ วัยหมดประจำเดือนทั้งหลาย


 19. ผักโขม
          ผักโขมประกอบไปด้วยวิตามินหลายชนิดทั้งเอ ซี เค และลูทีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญในการบำรุงสายตา


 20. มันเทศ
          มันเทศมีสารแอนตี้อ็อกซิแดนท์ซึ่งช่วยต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และมีคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงาน ใยอาหาร วิตามิน แมกนีเซียม โพแทสเซียม


 21. เชอร์รี่
          เชอร์รี่เป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน


 22. มะเขือเทศ
          มะเขือเทศมีไลโคปีนและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและ มะเร็งปากมดลูก อีกทั้งช่วยป้องกันผิวเราไม่ให้ถูกทำลายจากแสงอาทิต

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://health.kapook.com/view25997.html

เสื้อผ้าคนอ้วน,เสื้อผ้าไซส์ใหญ่,เสื้ออ้วน,เคล็ดลับกินไม่อ้วน,การเขียนแต่งหน้า,ข้อคิดทั่วไป,เป้าหมายชีวิต,การดำเนินชีวิต

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

ใส่เสื้อผ้าลายดอกไม้ยังไง ให้เข้ากับตัวเอง

ใส่เสื้อผ้าลายดอกไม้ยังไง ให้เข้ากับตัวเอง (Lisa)
          Q : อยากจะใส่เสื้อผ้าลายดอกสำหรับหน้าร้อน แต่กลัวดูไม่เข้ากับตัวเอง ควรจะแต่งแบบไหนดีคะ 
          A : ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์อมตะเสมอเลยนะคะ สำหรับหน้าร้อนกับชุดลายดอก ซึ่งวิธีใส่ให้ดูสวยและโดดเด่นกว่าใครนั้นไม่ยาก เริ่มจากทำให้ดูเป็นสาวเปรี้ยวขึ้นด้วยแอ็กเซสซอรี่หนังต่างๆ อย่างเข็มขัดหรือรองเท้าหนัง เมื่อใส่ชุดลายดอกควรจะหลีกเลี่ยงการทำผมหยิกและแต่งหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และสดใสเข้าไว้ สำหรับสหศวรรษใหม่ ต้องเลือกเป็นเดรสสั้นหรือแจ็กเก็ตลายดอกถึงจะอินสุดๆ ค่ะ  



ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://women.kapook.com/view242.html


เสื้อผ้าไซส์ใหญ่
เคล็ดลับการเลือกซื้อเสื้อผ้า
ข้อคิดดีๆ
เกี่ยวกับรองเท้า
เกี่ยวกับการลดไขมัน
ปัญหารูปร่างอำพรางด้วยเสื้้อ
เรื่องดีๆจากพระ
เป้าหมายชีวิต อนาคต
การแต่งหน้าดูแลผิวหน้า
เสื้อผ้าคนอ้วน สาวอวบอ้วน

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

สาธารณสุขเตือน ครีมผิวขาว อันตราย!!

สาธารณสุขเตือน ครีมผิวขาว อันตราย! (Lisa)

          ท่ามกลางกระแสความฮิตผิวขาวแบบเกาหลี ก็มีอันตรายแอบแฝงอยู่เหมือนกัน หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ. สุพรรณ ศรีธรรมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขออกมาเปิดเผยว่า ในปัจจุบันมีครีมเปลี่ยนสีผิวซึ่งมีส่วนผสมหลักคือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ออกวางจำหน่ายตามอินเตอร์เน็ต หรือตลาดนัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งที่สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนและอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง

          โดย นพ. จิโรจ สินธวานนท์ ผอ.สถาบันผิวหนัง กรมการแพทย์ ก็ออกมาเตือนเช่นกันว่า การนำสารนี้มาใช้ขัดผิวนั้นผิดวัตถุประสงค์ หากใช้บ่อย ๆ แล้ว ผิวอาจขาวจริง แต่ใช้บ่อย ๆ จะทำให้ผิวหนังเสื่อมหรือบางลง เกิดอาการผิวแพ้ง่าย เกิดรอยย่นก่อนวัยอันควรง่ายขึ้น และมีแนวโน้มเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนปกติ

          พร้อมกันนี้ ยังทำความเข้าใจว่าผิวเข้มก็สามารถสวยได้โดยการทำความสะอาดร่างกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีโปรตีนหรือสารต้านอนุมูลอิสระและหลีกเลี่ยงแสง แดด...เพียงเท่านี้คุณก็สวยได้โดยไม่ต้องเอาผิวไปเสี่ยงแล้วล่ะนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง http://women.kapook.com/view25056.html

เลื้อผ้าคนอ้วน
เสื้อผ้าไซส์ใหญ่
เสื้อผ้าสาวอวบอ้วน
เสื้ออ้วน
เคล็ดลับการเลือกซื้อเสื้อผ้า
เหตุผลทำให้อ้วน
การดำเนินชีวิต

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554

เทคนิคการเลือกซื้อเสื้อชั้นใน

ลองเสื้อชั้นในก่อนซื้อทุกครั้ง เลือกตัวที่กระชับพอดี และ อย่าซื้อเสื้อชั้นในเพียงบอกไซส์ เพราะแต่ละแบบ แต่ละทรง จะออกแบบมาไม่เท่ากัน หรือไม่เหมาะกับทุกคน

+ การเลือกซื้อเสื้อชั้นในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน อาจจะได้ขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ
+ เสื้อชั้นในที่พอดี ระดับตะขอ (หลัง) ควรอยู่ใต้กระดูกสะบักหลัง ถ้าสูงหรือต่ำลงมาควรเลือกขนาดใหม่
+ หากสวมเสื้อชั้นในแล้วไม่สามารถสอดนิ้วเข้าไปในร่องอกได้ แสดงว่าเสื้อตัวนั้นคับเกินไป
+ หากมีรอบอกระหว่าง 34-48 นิ้ว ควรเลือกซื้อชนิดที่มีฐานใต้โครงอก และเสื้อชั้นในแบบตะขอหน้า จะทำให้หน้าอกได้รูปสวย
+ สุดท้ายเลือกเสื้อชั้นในที่มีเนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นสบาย



ครั้งหน้าถ้าจะซื้อเสื้อชั้นใหม่
อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปเลือกซื้อเสื้อชั้นในให้ถูกใจกันได้

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

แฟชั่นผ้าชีฟอง โปร่งสบายคลายร้อน

ฤดูร้อนมาถึงแบบนี้อย่างที่รู้ๆกันดีอากาศบ้านเราก็ร้อนมากถึง มากที่สุด ดังนั้นแฟชั่นที่จะช่วยทำให้เราใส่แล้วสบายมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเสื้อผ้าที่ มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย ไม่หนาและมีความนุ่มในตัวเอง เช่น ผ้าชีฟองไงค่ะ
แต่ถ้าพูดถึงผ้าชีฟองสาวๆ หลายคนคงคิดถึงชุดหรูหราอลังการ เช่นชุดราตรีแต่เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณอาจจะคิดผิดเพราะตอนนี้ผ้าชีฟองเค้ามีเป็นแฟชั่นที่สามารถใส่ง่ายขึ้น สามารถใส่ได้แบบปกติไม่ต้องหรูเริ่ดมากมาย แต่ดูสวยใสท้าลมร้อนได้อีกต่างหาก...ว่าแล้วลองไปดูแบบแฟชั่นสวยๆจากผ้า ชีฟองกันเลยค่ะ และอย่าลืมไปหามาสวมใส่ให้สวยสดใสคลายร้อนกันสักตัวสองตัวนะค่ะ

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=9560
เทคนิคการแต่งตัว 
 เรื่องของรองเท้า

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

เรื่องดีๆ ของคนอ้วน

เรื่องดีๆ ของคนอ้วน   เสื้อผ้าคนอ้วน

  คนอ้วนส่วนใหญ่ร้องเพลงเพราะ

  คนอ้วนส่วนใหญ่อารมณ์ดี ยิ้มง่าย

  คนอ้วนส่วนใหญ่ทำอาหาร อร่อย

  คนอ้วนส่วนใหญ่มักไม่ค่อย มีใคร กล้าหาเรื่อง

ยังมีข้อดีอีกเยอะ รู้ไม ข้อดีพวกนี้จะหมดไปถ้าคุณปล่อยให้ตัวเองอ้วนเกินไป

โรคร้ายต่างๆ จะเข้ามาแทนที่ ดังนั้นเราควรหันมาออกกำลังกาย อาหารควรยกเว้น ของทอด ของมัน ดีที่สุด

ส่วนวิธีออกกำลังกาย ควรเป็นการยืดเส้น ยืดสายก็พอ ไม่ต้องออกหนักเหมือนนักกีฬาทีมชาติหรอก

ขอขอบคุณ Link ที่เกี่ยวข้อง thaicalory.com

เสื้อผ้าคนอ้วน
เสื้อคนอ้วน
เสื้อผ้าไซส์ใหญ่
แฟชั่นเสื้อผ้า